เดี๋ยวนี้ ไทยปลูกชา “อูหลง” ส่งไต้หวันแล้ว!
หากพูดถึงใบชา ทุกคนคงคิดถึงประเทศจีน แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า ไทยเราก็ปลูกชาส่งออกเช่นกัน ทั้งยังส่งออกเป็นจำนวนกว่า 200 ตันในแต่ละปี วันนี้บีไอซีจะพาท่านไปรู้จักชา “อูหลง” ที่ปลูกบริเวณภาคเหนือของไทย และได้มาเปิดตัวที่งาน Hong Kong International Tea Fair ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15-17 ส.ค. 2555
งาน Hong Kong International Tea Fair เป็นงานจัดแสดงสินค้าประเภทใบชาโดยเฉพาะ และมีผู้ร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 300 ราย จาก 12 ประเทศผู้ผลิตใบชารายใหญ่ของโลกเข้าร่วม อาทิ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และศรีลังกา เป็นต้น โดยนอกจากพื้นที่ในการจัดแสดงสินค้าแล้ว ยังมีโซนจัดแสดงชุดอุปกรณ์การชงชาจากประเทศต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมการดื่มชาที่แตกต่างกันไป หลังจากเดินชมงานโดยรวมแล้ว บีไอซีก็สะดุดตากับบูธขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงามและเรียกลูกค้าได้อย่างไม่ขาดสาย แล้วก็อดแปลกใจไม่ได้เมื่อพบว่าเป็นบูธจากบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด ที่นำใบชาอูหลง สัญชาติไทยมาจัดแสดงและจัดพื้นที่ชงชิมให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง
คุณปรีชาพล มะอะอุ ผู้จัดการแผนกกลยุทธ์การตลาด เล่าถึงความเป็นมาของชาอูหลงจากไร่บุญรอดว่า ไร่บุญรอดในจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 800-900 ไร่ โดยพื้นที่ประมาณ 600 ไร่ใช้ปลูกใบชา ซึ่งเป็นพันธุ์ชาอูหลงจากไต้หวัน ทั้งนี้ ผลผลิตที่ได้กว่าร้อยละ 90 จะถูกส่งออกไปยังไต้หวัน อย่างไรก็ดี การส่งออกในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมายังคงเป็นการส่งออกในรูปแบบรับจ้างผลิต (Original Equipment Manufacturer—OEM) โดยใบชาที่ส่งออกจะไม่ติดแบรนด์เป็นการเฉพาะ แต่จะมีนายหน้าจากไต้หวันมารับซื้อถึงไร่ โดยนอกจากไร่บุญรอดแล้ว ยังมีไร่อื่น ๆ ในจังหวัดเชียงรายที่ปลูกใบชาอูหลงส่งออกในลักษณะเดียวกัน ซึ่งคุณปรีชาพลฯ เห็นว่า การเข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้าในฮ่องกงครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกในการสร้างแบรนด์ให้กับใบชาจากไร่บุญรอดของไทย และในอนาคต บริษัท บุญรอดฯ จะต่อยอดธุรกิจนี้ไปสู่ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ทำจากใบชาต่อไป
หลายคนอาจสงสัยว่า ใบชาที่ปลูกในไทยจะมีคุณภาพสู้ใบชาที่ปลูกในถิ่นกำเนิดอย่างจีนหรือไต้หวันได้หรือ ซึ่งคุณปรีชาพลฯ เปิดเผยว่า ชาอูหลงที่ปลูกในไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในไต้หวันค่อนข้างมาก เพราะมีรสชาติใกล้เคียงกับชาอูหลงที่ปลูกในไต้หวัน เนื่องจากภาคเหนือมีสภาพอากาศเย็นและดินมีความชุ่มชื้นสูง นอกจากนี้ ไทยยังได้เปรียบในเรื่องราคาจากการที่ค่าแรงต่ำกว่า ธุรกิจส่งออกใบชาอูหลงจึงมีศักยภาพในการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยบริษัท บุญรอดฯ ได้วางแผนขยายการส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ พร้อม ๆ กับการสร้างแบรนด์ให้กับใบชาอูหลงของไทย ดังนั้น ใบชาที่ไร่บุญรอดผลิตจึงแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ชาอูหลงดั้งเดิม และชาอูหลงคลาสสิค โดยชาอูหลงดั้งเดิมจะมีรสชาติเข้มข้น ถูกรสนิยมชาวจีน ส่วนชาอูหลงคลาสสิคจะมีรสชาตินุ่มนวลกว่าและเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติอื่น ๆ ที่นิยมดื่มชารสอ่อน
ในระหว่างการออกงาน บูธของบริษัท บุญรอดฯ ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยบริษัทบุญรอดฯ เรียกลูกค้าด้วยการตกแต่งบูธให้โดดเด่น และมีจุดขายสำคัญอยู่ที่ความแปลกใหม่ของสินค้า นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตวิธีชงชาและแจกน้ำชาอูหลงให้ผู้เข้าชมได้ชิมดับกระหาย แต่ก็มีบางครั้งที่บริษัท บุญรอดฯ เจอโจทย์หินจากผู้ร่วมงานบางส่วนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านใบชาและเข้ามาสอบถามข้อมูลเชิงลึกถึงแหล่งกำเนิดและกรรมวิธีการเพาะปลูกไปถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวและการชงชา ซึ่งคุณปรีชาพลฯ เห็นว่า เป็นบทเรียนสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและทำความรู้จักสินค้าของตนอย่างละเอียด เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือแก่สินค้าและองค์กรเอง
สำหรับแนวโน้มการขยายตลาดใบชาในไทย บีไอซีได้รับข้อมูลว่า ชาจีนยังไม่ได้รับความนิยมในการบริโภคมากนักในประเทศไทย เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เห็นว่า การบริโภคชาเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชาในไทยจึงอาจต้องเริ่มจากการปรับทัศนคติของผู้บริโภค อาทิ การเปิดร้านชาที่มีสไตล์เก๋ไก๋โดนใจวัยรุ่น หรือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบสำเร็จรูปให้ง่ายต่อการบริโภคและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ เป็นต้น ดังนั้น ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัท บุญรอดฯ จึงยังเป็นลูกค้าต่างชาติ ซึ่งการมาร่วมงานจัดแสดงสินค้าในครั้งนี้ทำให้ทราบถึงความต้องการของผู้บริโภคและแนวโน้มของตลาดในแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี โดยผู้เข้าร่วมงานในฮ่องกงมีความหลากหลายมากกว่างานที่จัดในที่อื่น ๆ เนื่องจากฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งในภูมิภาค รวมทั้งมีความเป็นนานาชาติ
บีไอซีเห็นว่า ธุรกิจการปลูกและส่งออกชาอูหลงของบริษัท บุญรอดฯ นับเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยในการคิดนอกกรอบ โดยในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ข้อมูลข่าวสารในที่ต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงถึงกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขอเพียงเรารู้จุดแข็งของตัวเอง นำจุดแข็งมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ และคว้าโอกาสในจังหวะที่เหมาะสม เพราะใบชาอูหลงไม่จำเป็นต้องปลูกอยู่เฉพาะในจีนเท่านั้น ทั้งนี้ ก้าวแรกของการสร้างแบรนด์ให้กับชาไทยที่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จอาจทำให้เราได้เห็นผลิตภัณฑ์ชาอูหลงภายใต้แบรนด์ “บุญรอด” ในตลาดนานาชาติได้ในเร็ว ๆ นี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น